ลอยกระทง54 จ้า
posted on 10 Nov 2011 19:26 by 00mouy00

)










)


)edit @ 1 Mar 2011 15:59:32 by Mouy
edit @ 2 Mar 2011 14:16:13 by Mouy
2 อาทิตย์ก่อน ไปเดินจัตุจักรแล้วได้สมาชิกใหม่ในบ้านงอกเพิ่มมาอีกตัว เพิ่งจะมีเวลามาลงรูป
กระต่ายลอป เพศผู้ ตั้งชื่อว่า "เต้าฮวย" 

ไปซื้ออาหารกระต่ายกะอาหารแมว ปกติเวลาเดินสวนโซนที่ขายสัตว์เนี่ยเราจะเดินไวมากๆ ไม่แวะไม่ดูอะไรทั้งนั้น กลัวเห็นแล้วใจอ่อนหิ้วกลับบ้านมา 
แต่วันนั้นไปกับเพื่อน ขณะที่กำลังจะเดินออกจากโซนสัตว์เลี้ยง บังเอิญว่าผ่านร้านขายกระต่ายร้านหนึ่ง มานจับเอาเจ้าเต้าฮวยเนี่ยแหละ วางโชว์ไว้ด้านบนกรงแคบๆ ที่ขนาดเกือบจะพอดีกับตัวมันเลย แถมอยู่ซะสูง จนน่าหวาดเสียวว่าจะร่วงลงมา ไม่มีทั้งน้ำ และ อาหารวางให้
เพื่อนสาวเลยหยุดชี้ให้เราดูว่า กระต่ายมันกลัวจนหูตกหมดแล้ว เราก็เลยหันมาดูแล้วว่าม่ายช่ายน่า นี่มันเป็นพันธุ์ลอปที่หูตกแบบนี้อยู่แล้ว แต่ดูแล้วก็ท่าจะกลัวจริงๆ มันไม่ขยับ แต่ตัวสั่นน่าดูเลย แล้วคนขายก็โผล่ออกมาว่าเอามั้ย 600 เชื่องด้วยเห็นมั้ย จับได้ ไม่หนี(หนีบ้านเป๊ะเอ็งซิ มันจะหนีไปไหนได้ เล่นไว้ซะสูงงี้ -*- )
เราก็ไม่คิดจะเพิ่มประชากรเจ้านายในบ้านอีกแล้ว ก็เลยเดินออกมา แต่คุณเพื่อนสาวมันก็เรียกเราอีก ว่านี่ๆ กระต่ายมันมองตามมาแหละ ทำให้ต้องหันกลับไปมองอีกที พอสบตามันเท่านั้นแหละเกิดอาการใจอ่อนจนได้ซิเรา
เลยลองต่อดู(คิดในใจว่าลงกว่า500จะซื้อ)
จาก 600 ต่อได้ 450 ก็โอเค แต่ตอนที่คนขายรับเงินไปเอาตังค์ทอนกับคนข้างใน ไอ้คนข้างในมันมองออกมา แล้วพูดว่า ต้อง 600 450 ไม่ได้( หนอย มาหัวหมอ คิดว่าเราจะยอมเพราะอยากได้เรอะ ไม่มีทาง
) พอเดินหนี มันยอม ก็เลยได้หิ้วเจ้านายตัวน้อยนี้กลับบ้านมาด้วย
กลับมาบ้านเพื่อความปลอดภัยเอาเข้าเซฟเฮ้าส์ก่อน พวกรุ่นพี่มารับน้องกันใหญ่เลย

ท่าจะหิวมาก ซัดทั้งอาหารเม็ดทั้งหญ้าใหญ่เลย

น้ำในขวดเต็มๆ ไม่ถึง2 ชั่วโมง หายเกลี้ยง

เคยได้ยินมาว่า ร้านขายกระต่ายในจตุจักรบางร้าน จะให้อาหารกระต่ายทีละน้อยๆ ไม่ให้เยอะ ถ้ากินเยอะจะโตไว ขายยาก ไม่รู้จริงหรือเปล่า แต่เห็นเจ้าเต้าฮวยกินเหมือนตายอด ตายอยากมานาน สงสัยท่าจะมีเค้าความจริงแฮะ

กินอิ่มแล้วออกมาโชว์ตัวซะหน่อย ^ ^

รูปหล่อมั้ย

มาม่ะให้พี่อีที ดมตรูดทำความหนิดหนมหน่อย

กับพวกแมวๆ ไม่น่าเป็นห่วงเพราะแมวที่บ้าน เคยชินกับกระต่ายอยู่แล้ว ดมๆ แล้วก็ไปไม่สนใจอะไร
ที่น่ากลุ้มใจคือเจ้ากุต่ายเถื่อนบราวนี่เนี่ยสิ มันเนียนขอเข้าไปดมน้องถึงในกรงแล้วอยู่ๆ ก็งับเลย เดาว่าคงจะหวงถิ่น ระยะแรกๆ นี้คงต้องให้เจ้าเต้าฮวยอยู่ในกรงไปก่อน เวลาออกมาเดินเล่นต้องจับเจ้าบราวนี่เข้าขังไว้ สลับๆ กัน จากประสบการณ์คงต้องรอเต้าฮวยตัวโตกว่านี้หน่อย แล้วบราวนี่ก็จะเลิกข่มน้องไปเอง
เอ้า ดูหน้าชัดๆ หน่อยจิ (เท้าเหลืองเชียว ไว้โตหน่อยต้องจับอาบน้ำ)

จบด้วยหน้าหล่อๆ
(ส่งรูปนี้ไปให้เพื่อน มันตกใจนึกว่า เจ้าเต้าฮวยโดนแมวงาบเหลือแต่หัว
)

รู้สึกว่าไม่ได้ลงรูปลูกๆ นานแล้ว ไว้entry หน้าเอารูปท่านทั้งหลายมาอัพเดรทดีกว่า 

ตำรวจชาวออสเตรเลียได้เขียนสิ่งนี้ขึ้นเพื่อผู้หญิงทุกคนนั่นเป็นเพราะว่าการลักพาตัวครั้งล่าสุดเกิดขึ้นกลางวันแสกๆ
ตั้งสติให้ดีก่อนจะทำการอะไรหากคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ข้อความนี้สำหรับตัวของคุณเองและเพื่อให้คุณได้แบ่งปันให้กับภรรยา ลูก หรือทุกๆ คนที่คุณรู้จัก
หลังจาก ที่คุณได้อ่านคำแนะนำที่สำคัญเหล่านี้ .. คุณอาจต้องการที่จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้โปรดส่งต่อให้กับคนที่คุณรักและเป็นห่วง
การระมัดระวังล่วงหน้าไม่ต้องแลกกับความสูญเสีย เพราะฉะนั้นปลอดภัยไว้ดีที่สุด
1. เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้
ข้อศอกเป็นส่วน ที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกายของมนุษย์ หากคุณอยู่ใกล้คนร้ายในระยะที่จะใช้มันได้....จงใช้มันซะ!
2. เคล็ดลับจากสมุดแนะนำนักท่องเที่ยว
ถ้าคนร้าย ต้องการกระเป๋าเงินหรือของมีค่าของคุณ อย่ายื่นให้กับเขา จงโยนกระเป๋าเงินของคุณไปให้ไกลจากตัวเอง..
โอกาสที่คนร้ายจะสนใจกระเป๋าเงินของคุณนั้นมีมากกว่าที่จะสนใจคุณและนั่นจะทำให้เขาต้องไปหยิบกระเป๋าเงินที่อยู่ห่างจากตัวคุณ ตอนนี้ แหละ จงวิ่งไปอีกทิศทางหนึ่งให้เร็วที่สุด
3. ถ้าคุณเกิดถูกลากหรือโยนเข้าไปในท้ายรถของคนร้าย
สิ่งที่ คุณควรทำคือให้ถีบไฟท้ายจนหลุดออกมา ยื่นแขน ของคุณออกมาจากช่องแล้วเริ่มโบกมืออย่างบ้าคลั่ง
คนขับไม่ เห็นสิ่งที่คุณทำ แต่คนอื่นจะเห็น วิธีนี้ ได้ช่วยหลายต่อหลายชีวิตมาแล้ว..
4. คุณผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะนั่งอยู่บนรถเฉยๆ หลังจากช้อปปิ้ง เที่ยว กิน หรือ ทำงานเพื่อจะแต่งหน้า เปิดผ่านหนังสือ เช็คโทรศัพท์ ฯลฯ
ห้ามทำเป็นอันขาด!
คนร้ายจะ คอยเฝ้าดูพฤติกรรมของคุณ และสิ่งที่คุณทำเป็น การเปิดโอกาสอันเหมาะสมเพื่อให้เขาเข้ามาทางที่นั่งข้างคนขับ และเอาปืนจ่อหัวคุณเพื่อจะให้คุณขับไปตามทางที่เขาต้องการ เพราะ ฉะนั้น....ทันทีที่คุณขึ้นรถ จงล็อคประตูและรีบออกรถซะ
แต่ถ้าเกิด....
คนร้ายอยู่บนรถกับคุณ และเอาปืนจ่อขมับคุณไว้ อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก
ย้ำ:
อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก สิ่งที่ คุณควรทำคือ เหยียบคันเร่งให้เร็วที่สุด ขับพุ่งใส่กำแพงหรือสิ่งกีดขวางในละแวกนั้น ถุงลมนิรภัยฝั่งคุณจะช่วยชีวิตคุณไว้ (เช่นเดียวกับฝั่งคนร้ายหากคนร้ายนั่งเบาะหน้า)
(หากคนร้ายนั่งอยู่เบาะหลังเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส)
แต่ทันใดที่รถของคุณชน ให้รีบถอนตัวออกมา(จากถุงลมนิรภัย) แล้ววิ่งออกจากรถสุดแรงเกิด วิธีนี้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตรงที่คุณสามารถวิ่ง เข้าหากลุ่มคนเพื่อขอความช่วยเหลือได้ หากคุณออกรถไปที่ไกลๆตามเส้นทาง/สถานที่ที่คนร้ายบอก จะทำให้คนร้ายตามตัวคุณได้ง่ายเพราะคุณไม่รู้จักสถานที่นั้นดีเท่าเขา
5. ข้อแนะนำสำหรับการเดินไปที่รถของคุณ
ในลาน/โรงจอดรถ
ก.)จงระวัง:
มองไปรอบๆ ตัวของคุณ มองเข้าไป ในรถของคุณ มองลอดไป บนพื้นฝั่งที่นั่งข้างคนขับ และเบาะ หลัง
ข.) ถ้ารถของคุณมีรถตู้จอดอยู่ข้างๆ ให้ขึ้นรถ ทางฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับ คนร้ายจะ จู่โจมเหยื่อของมันโดยการฉุด
ขึ้นรถตู้ในขณะที่เหยื่อกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ เพราะ ฉะนั้นรถตู้น่าสงสัยเหล่านี้จึงมักที่จะจอดอยู่ฝั่งคนขับ
ค.) ให้มองไปที่รถที่จอดอยู่ข้างๆคุณทั้งสองข้างของรถ ถ้าเจอผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวในฝั่งที่อยู่ใกล้รถของคุณมากที่สุด
สิ่งที่ คุณควรทำคือเดินกลับเข้าไปในห้าง หรือออฟฟิตเพื่อขอให้ยาม รปภ. หรือตำรวจเดินมากับคุณ เพื่อส่งคุณขึ้นรถ
ไม่ต้องไปคิดมากกว่าคนอื่นหรือตำรวจจะมองคุณโรคจิตหรือเปล่า เพราะการระมัดระวังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสถานการณ์อันน่าสงสัยนั้น จงตระหนักอยู่เสมอว่า ปลอดภัยไว้ก่อน...
6. จงใช้ลิฟต์ตลอดแทนที่จะใช้บันใด เพราะบันไดเป็นสถานที่ที่แย่ที่สุดที่ผู้หญิงจะอยู่คนเดียว มันเป็นที่ๆ เพอร์เฟคสำหรับคนร้าย และน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งในยามวิกาล
7. ถ้าคนร้าย มีปืน... แต่คุณไม่ ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา จงวิ่ง!!
เพราะโอกาสที่คนร้ายจะยิงถูกคุณมีเพียง 4 ครั้งใน 100 ครั้งเท่านั้น (เป้าวิ่ง) และเป็นไปได้สูง ว่าจะไม่โดนอวัยวะสำคัญ วิ่งงงงง งง!!โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...การวิ่งซิกแซก
8. จุดอ่อน ของผู้หญิงส่วนใหญ่คือ ขี้สงสารขี้เห็นใจ จงหยุดซะ
เท็ด บันดี้ เป็นฆาตรกรหน้าตาดี และการศึกษาสูง เขาใช้จุดอ่อนข้อนี้ของผู้หญิงเพื่อลวงมาฆ่าเสมอ เพราะฉะนั้นจงมีเหตุมีผล ดูสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง จงช่าง สังเกตหากพบข้อสงสัยแม้เพียงข้อเดียว ก็ควรจะหลีกเลี่ยงบุคคลนั้นๆ ให้เร็วที่สุด
9. เรื่องที่ ควรตระหนักอีกข้อ:
เพิ่งจะมีคนมาเล่าให้ฉันฟังว่า เพื่อนสาวของได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กตอนกลางคืนและเธอก็คาดว่าเสียงนั่นดังมาจากระเบียงบ้านของเธอเธอเลือกที่จะโทรแจ้งตำรวจแทนที่จะออกไปดูด้วยตัวเองนั่นเป็นเพราะว่าเธอมีลางสังหรณ์ว่านั่นอาจจะเป็นกลลวง และตำรวจก็สั่งกับเธอว่า“ไม่ว่าจะ เกิดอะไรขึ้น ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด”
เธอจึงเล่าให้ตำรวจฟังอีกว่าเสียงนั่นฟังดูเหมือนว่าเด็กนี่ได้คลานมาใกล้หน้าต่างของและเธอก็เป็นกังวลว่าถ้าหากเด็กคนนี้คลานออกไปถึงถนนก็จะถูกรถชน
ตำรวจจึง สั่งเธอว่า“ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างทางไปบ้านเธอแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามเปิดประตูเด็ดขาดไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรหรือเกิดอะไรขึ้นตำรวจย้ำถึงสามรอบ”
ตำรวจเล่าให้เธอฟังต่อว่าพวกเขาคิดว่าน่าจะเป็นฆาตรกรที่ใช้วิธีเปิดเทปเสียงเด็กร้องไห้เพื่อจะหลอกหล่อให้ผู้หญิงออกจากบ้านมาดูโดยที่ฆาตรกรหวังใช้จุดอ่อนของผู้หญิงคือ ความขี้เห็นใจ ขี้สงสาร นั่นเองแต่ทางตำรวจก็ยังจับตัวฆาตรกรกลุ่มนี้ไม่ได้ก่อนหน้านี้ก็มีการโทรมาแจ้งและได้เล่าเรื่องเดียวกันคือได้ยินเสียงเด็กมาจากนอกบ้าน หน้าต่าง หน้าประตู เวลากลางคืนและทุกสายที่โทรมาแจ้งล้วนแต่เป็นผู้หญิงที่ อยู่บ้านคนเดียวทั้งสิ้น
10. ถ้าคุณตื่นขึ้นมากลางดึกและได้ยินเสียงเหมือนว่าก๊อกน้ำถูกเปิดอยู่หรือท่อน้ำของคุณแตกนอกบ้านห้ามออกไป เดินสำรวจเด็ดขาด!เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งจะเข้าไปเปิดก๊อกน้ำบ้านคุณให้สุดเพื่อให้คุณได้ยินและออกมานอกบ้าน นั่นคือเวลาที่พวกเขาจะโจมตีคุณ
จงมีสติอยู่ตลอดเวลา, อยู่อย่างระมัดระวัง, ตรวจสอบความปลอดภัย, และอย่าลืมดูแลกันเองระหว่างคุณกับเพื่อนบ้านด้วย!
เครดิต คุณ kay_n_gerda จากพันธุ์ทิปค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q9612805/Q9612805.html
อ่านแล้วรู้สึกมีประโยชน์ดี ก้อเลยเอามาแปะที่blog จำได้ว่าเมื่อก่อนเคยอ่านบทความลักษณะนี้มาบ้าง แต่ก็ลืมไปเรียบร้อยแล้ว
คราวนี้แปะไว้ที่นี่จะได้กลับมาอ่านอีกเรื่อยๆ จะได้คอยเตือนตัวเองตลอดเวลา
ปล. ข้อ4นี่ นิสัยเราเลย ขึ้นรถปุ๊บ ก้อนั่งปรับโน้นดูนี่ จัดข้าวจัดของ พออ่านแล้วรู้สึกอันตรายแฮะ ต่อไปต้องไม่ลืมล็อคประตูทุกครั้งแล้ว
edit @ 25 Aug 2010 14:29:31 by Mouy
เมื่อวันอาทิตย์ไปบ้านเพื่อนทำขนมกันมาแหละ แน่นอนว่าเราไม่ได้ทำ ขืนทำคงเสียของหมด
เราอาสาเป็นคนขับรถ กะคนถ่ายภาพ บันทึกหน้าประวัติศาสตร์(เพราะมันอาจจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว
)
มันเริ่มต้นจาก สาวป๋องเอ่ยขึ้นมาว่าอยากทำบราวนี่ให้สาวปุ๊กสอนหน่อย ไม่รู้ว่าป๋องพูดเล่นพูดจริง(จากประสบการณ์เราส่วนมากป๋องมันพูดเล่นนะ) แต่ปุ๊กเธอ"เอาจริง"ตั้งใจไปสอนเต็มที่ นัดวันล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ๆ แต่พอถึงวันนัด ลูกศิษย์ป๋องยังไม่ซื้อของเตรียมไว้เลย
ต้องให้อาจารย์ไปแวะคาร์ฟูกันก่อนไปบ้านอีก
ถ้วยชามอุปกรณ์ก็ไม่ค่อยพร้อม เอาน่ะ ใจคนสอนพร้อมเป็นพอ แต่ทว่าลูกศิษย์ป๋องแอบเนียนแท็คทีมเปลี่ยนตัวเอาน้องสาว กะอาสาว มาเรียนแทน ส่วนตัวชีหนีไปทำสปาเก็ตตี้กะแม่(อ้างเนียนๆ ว่าก็ทำให้พวกเธอกินไง)
ส่วนตัวเราก็มีหน้าที่รอกินอย่างเดียว 555
ขั้นตอนการทำวุ่นวายกันพอดู คัดมาแค่บางรูป รูปที่ติดคนลงไม่ได้ ยังไม่มีใครได้โป๊ะหน้า ขืนเอามาลงคงโดนมันบีบคอตาย
เอ้า ค่อยๆ ใส่ถาด
เอาเข้าเตาอบ ชะแว๊บ ได้แล้วบราวนี่หน้ากรอบ ไหม้ไปบ้างบางชิ้น เพราะเตาที่บ้านปุ๊กกะป๋องไม่เหมือนกัน กะเวลากันไม่ค่อยถูก
นี่ ชิ้นนี้สวยสุด
อร่อยด้วย
ต่อไปก็ซอฟเค็ก ข้ามขั้นตอนมารูปตอนเอาออกจากถาดเลย แหะแหะ
อยู่บนถาดแดงช่างไม่เข้ากันเสียเล้ยยยยยย
ย้ายใส่จาน แต่งหน้าด้วยครีมชอคโกแลต+ดาร์คชอคฯ
ซอฟเค็กไม่ไหม้เลย(กะเวลากันใหม่กลัวพลาดเหมือนบราวนี่)
ออกมาเป็นที่น่าพอใจทั้งครูและลูกศิษย์
อาจารย์ปุ๊กยังมีอีกหลายเมนู แต่คงต้องรอลูกศิษย์ไปซื้อเครื่องตีมาก่อน (งวดนี้ไม่มีเครื่องตี ใช้แรงคนเอาตีกันมือหงิกไปเลย
)
เมื่อคืนรื้อเสื้อผ้าในตู้ออกมารีด หลังจากที่ดองไว้เป็นชาติ ก็พับๆ สุมๆ ไว้ ไม่ได้แขวน(ก็ยังไม่ได้รีดนิ)
คลี่ออกมาจะเป็นลม
ชายเสื้อ เป็นรูๆ ตั้งหลายตัว จึงตะหนักได้ว่าลูกเหม็นที่ใส่ไว้ในตู้มันหมดแล้วนี่หว่า
เจ้าพวกแมลงกินผ้า มันจึงลั๊นลามาปาร์ตี้ เขมือบเสื้อซะเป็นรู ตัวหนึ่งไม่น้อยกว่า 5 รู แถมเป็นเฉพาะตัวแพงๆ ด้วย เสื้อประตูน้ำ มันไม่กิน กินแต่เสื้อห้าง ชิชะ ไอ้แมลงหัวสูง
แค้นมากเสื้อใหม่ตัวหนึ่งเพิ่งใส่ได้ครั้งเดียวเอง ต้องหาทางกำจัดมันให้หมดไปให้ได้ ทำยังไงดีล่ะ หุหุ วิธีเดิม ถามอากู๋ซิคะ อากู๋ขา หนูจะกำจัดเจ้าพวกแมลงผีสิงนี้ได้ยังไงล่ะค้า
อากู๋ ไขข้อข้องใจให้ว่า.........
แมลงกินผ้า เชื่อว่าไม่มีใครเคยเห็นตัวเจ้าแมลงกินผ้าที่อย่างแน่นอน แต่คงได้เห็นผลงานของมันมาไม่มากก็น้อย จากเสื้อตัวโปรด ที่จู่ๆก็มีรูแปลกๆบนเนื้อผ้าซะงั้น ฝีมือเค้าล่ะ เจ้าแมลงกินผ้า รอยกัดกินที่เกิดขึ้นไม่ใช่จากตัวแม่ของมันนะ แต่เป็นตัวอ่อนหลังจากฟักออกจากไข่ ก็จะกัดกินผ้าบริเวณนั้นที่มันอาศัยอยู่ แมลงกินผ้า อีกชื่อที่พอจะคุ้นหูบ้าง ก็คือ ตัวมอด หรือมอดทั่วไป ที่มักอาศัยอยู่ในผ้า เพื่อไม่ให้เสื้อผ้าชุดโปรดของคุณต้องเป็นรูอันไม่พึงประสงค์ มาดูการป้องกันแมลงกินผ้ากันเถิด
มาตรการป้องกันแมลงกินผ้า
)
เคล็ดลับลูกหอมไล่แมลงกินผ้า
นำผลส้มที่เหี่ยวพอควรมา 1 ลูก ใช้เทปกาวขนาด 1 ซม.คาดแบ่งออกเป็น 4 ส่วนแนวตั้ง โดยส่วนที่ไขว้กันจะอยู่ที่หัวและปลายผลส้ม แทงกานพลูแห้งติดรอบๆผล ลักษณะเมื่อติดแล้วจะเหมือนหนามรอบๆเปลือกผิวส้ม นำผลส้มที่แทงกานพลูแล้ว คลุกกับส่วนผสมของผงกานพลูและอบเชยอย่างละ 2 ช้อนชา จนส่วนผสมเกาะดี ใช้เชือกหรือริบบิ้นผูกแทนเทปกาว แขวนไว้จนแห้งดี แล้วนำไปแขวนในตู้เสื้อผ้า เท่านี้ก็สามารถไล่แมลงกินผ้าไปจากตู้เสื้อผ้าได้แล้ว (เดี๋ยวจาไปลองทำดู)
เครดิตค่าhttp://www.homedd.com/HomeddWeb/homedd/home_magazine/frontweb/know_misc_20.jsp
เอาล่ะเจ้าแมลงกินผ้า แล้วเราจะได้เห็นดีกันขอตัวไปซื้อส้มก่อนล่ะ
(เขียนบล็อคทีไร เหมือนตอกย้ำความขี้เกียจตัวเองทุกที กว่าจะงอกออกมาบล็อคหนึ่งๆ ได้ กินเวลาเป็นอาทิตย์ๆ
)
entryนี้มาลงภาพดอกไม้ ต้นไม้ที่ถ่ายจากสวนดาดฟ้านี้
ด้านหน้าตึก
ด้านหลังตึก
เริ่มจากอ่างบัว อ่าง+อิฐ น้องชายหอบหิ้วมาให้ ดินบัว + บัว สาวปุ๊กลงให้ บัวงามดีแท้ แต่ปวดตับกับพวกลูกน้ำจริงๆ ใส่ทรายกันลูกน้ำก็แล้ว มันก็ยังว่ายลัลล๊ากันได้อยู่ จริงๆ มีคนแนะนำให้เลี้ยงปลาหางนกยูง แต่เราไม่อยากเลี้ยงอะไรเพิ่มแล้วอ่ะ แค่หมา แมว กระต่าย ก้อแทบไม่มีเวลาแล้ว แถมอ่างก็เล็ก ถ้าฝนตกน้ำล้น ปลาตายพอดี
นี่สร้อยฟ้า ไม้ดอกเลื้อย ดอกแปลกดี แขวนไว้ข้างลวดตาข่ายหวังจะให้เลื้อยไปเรื่อยๆ
ส้มจี๊ดดดดดดดด ชอบผลส้มเล็กๆ น่ารักดี
น่าจาดอกพุด จำไม้ได้อ่ะ ซื้อมา 30 บาท ออกดอกงามเกินราคา
กระเพราจ้า กระเพรา ปลูกเพราะกระต่ายชอบ จะได้ไม่ต้องไปซื้อเอา
กุหลาบหนู ดอกเล็กน่ารัก
ผืนหญ้าเขียวขจี ตอนลงอาทิตย์แรกลุ้นแทบแย่ กลัวดิน ทราย จะไม่หนาพอแล้วหญ้าตาย
แต่ตอนนี้หายห่วงแล้ว หญ้าขึ้นเอาๆ ไม่นานคงต้องตัดซะทีแล้ว
เดฟกระเป๋า
กุหลาบอะไรซะอย่าง จำไม่ได้อีกล่ะ
(ต้องไปถามสาวปุ๊ก)
ลีลาวดี ออกดอกทุกวัน อยากได้ต้นใหญ่แต่แพง เอาต้นเล็กๆ มาเลี้ยงเองก็ได้
ดอกเก๊กฮวย ที่สาวปุ๊กสั่งว่าให้เก็บดอกไปตากแห้งให้ชีด้วยจะเอาไปต้มกิน
ชบา แต่ตอนนี้ย้ายไปไว้หน้าบ้านแล้ว มีคนทักว่าปลูกไว้ในบ้านไม่ดี เลยย้าย
คุณนายตื่นสาย ดอกซ้อน
อีกสีหนึ่ง
หลิวใต้หวัน ซื้อมาพร้อมที่ตั้งนี่เลย 250 บาท พอมาตั้งแล้วถึงได้สำนึกว่า ไม่เข้ากับสถานที่เอาซะเลย
ซูมๆ ดอกซ๊วย สวย
ต้นสตางค์ ชื่อเป็นมงคลดีแท้ ปลูกแล้วเราจะได้มีสตางค์ไง
ดอกสวย
นี่ ต้น...... อะไรหว่า จำไม่ได้อีกล่ะ
แต่ดอกสวย เช้าๆ เหล่าผึ้งน้อยมาใช้บริการเพียบเลย
ชมดอกไม้ ฟังเสียงโมบาย กุ๊งกิ๊ง
อันนี้ทรัพย์ๆ อะไรซักอย่าง เลี้ยงเป็นมงคล ซื้อมาพร้อมหลิวใต้หวัน วางป๊าดไป ไม่เข้ากะดาดฟ้าเอาซะเลย
พังพวยหลากสี ที่สาวปุ๊กลงกระถางให้
คุณนายตื่นสาย ที่สาวปุ๊กลงกระถางให้อีกเช่นกัน
นี่ ก็จำชื่อไม่ได้อีกแล้วอ่ะ
แต่ดอกสวยมี 3 สี จับลงกระถางเดียวกันเลย
บนนี้ลมพัดแทบทั้งวัน โมบายหมูใบพัดหมุนติ๊วๆ
มีช้างน้อยด้วย แต่ไม่ได้ถ่าย ซื้อจากจัตุจักร
จันทร์กระจ่างฟ้า แขวนให้เลื้อยตามลวด
ดอกพุดอีกครั้ง ชอบจริงๆ ออกดอกทุกวันเลย
ชบาชมพู นี่ก็ออกดอกใหม่ทุกวัน ดูได้ไม่มีเบื่อ (แต่ย้ายไปวางหน้าบ้านแล้ว)
มะลิ ห๊อม หอม
เทียนหยด ตอนมาแรกดอกเต็มเชียว อยู่กะเราได้อาทิตย์ดอกหายหมด
แต่ตอนนี้เริ่มออกดอกใหม่แล้ว (ค่อยโล่งใจหน่อย นึกว่าจะกลายเป็นไม้ใบไปแล้ว)
ส้มจี๊ด(อีกครั้ง) แต่คราวนี้ออกดอกส้มแล้ว ดอกเล็กๆ น่ารัก
จริงๆ เพิ่มเอาพุดซ้อน พูลด่าง เดฟ แก้วมังกร ว่านหางจรเข้ ม่านบาหลี มาเพิ่ม แล้วก็เพาะเมล็ดชวนชมกับกระเจี๊ยบงอกแล้ว แต่กล้อง(มือถือ)เจ๊งอีกแล้ว เลยยังไม่ได้ถ่าย ขี้เกียจด้วยล่ะ
ไว้คราวหน้าค่อยมาลงเพิ่ม
บ้าเลี้ยงซะเยอะ สุดท้ายก้อเสียตังค์ติดปั้มจนได้เรา
จบด้วยภาพองค์หญิงแตงโม ใช้บริการสนามหญ้า นอนเล่นค่า
ดาดฟ้าชั้นบนสุด ที่ปล่อยให้รก มานานปี แต่ก่อนก็เคยปล่อยนายท่านทั้งหลายให้ออกไปเดินเล่น แต่ท่านเดินไป เดินมา เลยไปถึงหลังคาเพื่อนบ้าน ไปมุดบ้านเค้า แถมยังทิ้งบอมส์(อึ๊)ใส่หลังคาบ้านเค้าอีกต่างหาก
บางทีไปนอนเล่นบนหลังคาเพื่อนบ้าน เรียกให้กลับก็มองเฉย ไม่สนใจ
เพื่อตัดปัญหาทั้งหลาย เราก็เลยปิดตายดาดฟ้าไปซะเลย แต่มา ณ ปัจจุบันจำนวนเจ้านายเพิ่มขึ้นแต่พื้นที่เท่าเดิม หวิดๆจะกลายเป็นชุมชนแออัด
ก็เลยต้องหาทางเพิ่มพื้นที่ให้พวกท่าน โดยเปิดดาดฟ้าให้ใช้บริการอีกครั้ง แต่คราวนี้ต้องปรับปรุงเสียก่อน
แรกเราคิดจะทำเหล็กดัดล้อมรอบ(แก้ปัญหา ชอบโดดไปหลังคาข้างบ้าน) และใส่หลังคากันความร้อน ทาสีใหม่ แต่ได้ข่าวเสียก่อนว่า....
"รถไฟฟ้าจะมาหานะเธอว์"
บ้านเราโดยเวียนคืนสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอ่ะ ซึ่งค่อนข้างชัวร์ประมาณ 90% แล้ว (จริงๆก็ 100% แหละ แต่เรากั๊กไว้เอง 10% เผื่อเค้าเปลี่ยนใจ
) เท่ากับว่าตึกที่อยู่นี่ ก้อคงอยู่ได้อีกไม่เกิน 5 ปี(ละมั้ง) จึงไม่ควรไปลงทุนทำอะไรที่เอาไปด้วยไม่ได้(เริ่มงก) แต่ยังไงๆ ก้อต้องเพิ่มพื้นที่ให้เจ้านาย ดังนั้น....
จากหลังคาเมทัลชีลกับเหล็กดัดสวยหรู เลยกลายเป็น เหล็กฉาก ลวดตาข่าย และแสลนแทน
อีกมุมหนึ่ง สีที่คิดจะทาใหม่ ก็ไม่ทาแล้ว ปล่อยๆ ไปงี้แหละ
ไม่ต้องจ้างใครที่ไหน จิกลูกน้องจากโรงงานมาทำกันเองเลย
พอเสร็จ ก็ยังกะกรงยักษ์ ดูโล่งๆ เลยตัดสินใจว่าจะทำสวนกระถาง จะได้ร่มลื่นด้วย เพราะกลางวันแดดเปรี้ยงเลย
เริ่มต้นเอาหญ้ามาปูก่อน อยากปูเต็ม แต่มันจะหนักดาดฟ้าเกินไป เดี๋ยวพื้นทรุด ตึกยิ่งเก่าๆ อยู่
เลยเอาแค่มุมเล็กๆ มุมเดียวพอ ลงทราย ลงดิน แล้วตามด้วยหญ้า
แล้วก็เอาอิฐบล็อคสวยๆ มากั้นเป็นแนว ได้สนามหญ้าเล็กๆ แล้ว เย้~
ตามเสาเหล็กฉาก เราเอาขวดพลาสติกตัดใส่ดินวิทยาศาสตร์ ปลูกพลูด่าง ดินหลายสี ช่วยเพิ่มสีสันได้เยอะเลย
จากนั้นความดีความชอบทั้งหมด ยกให้สาวปุ๊ก เธอลงมือลงแรง ช่วยตั้งแต่เลือกต้นไม้ ที่เหมาะกับพื้นที่ที่แดดแรงอย่างดาดฟ้า ช่วยต่อราคา ช่วยขน พอขนกันมาถึงบ้าน ก็ช่วยยกจากชั้น 1 ยันชั้น4(ดาดฟ้า) อีก แล้วก็ยังต้องมาลงกระถางให้เราอีกเกือบทุกต้น เพราะเราความรู้ด้านนี้เป็น0 แรกคิดว่า ยกมาจากร้านก็เอามาตั้ง รดน้ำได้เลย แต่ความจริงต้องเอามาลงดิน เปลี่ยนกระถาง (มิน่า แต่ก่อนเคยซื้อมาลองปลูก รดน้ำแล้วทำมายยังเหี่ยวเอาๆ ฟ่ะ) สาวปุ๊ก ปากบ่นไป แต่มือก้อทำให้ น่ารักที่สุดเลย
ใช้วันอาทิตย์ 2 อาทิตย์ จัดการหาซื้อ ลงกระถาง (+มีแอบอู้หนีไปเดินเที่ยวสวนจตุจักรกันด้วย
) สวนกระถางนี้ถึงเสร็จออกมาเสร็จเรียบร้อย
ตั้งอ่างบัว เลี้ยงลูกน้ำด้วย
(ใช้ทรายกำจัดก็แล้ว ทำมั้ยมันยังว่ายลัลลากันอยู่ฟ่ะ)
ภาพถ่ายไปด้านหลังตึก
ภาพนี้ถ่ายออกไปทางด้านหน้าตึก
เดี๋ยว entry หน้าจะลงรูปต้นไม้ดอกไม้ทีละต้นๆ เลย ดอกไม้ ถ้าไม่ถ่ายไว้วันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจจะร่วงโรยไปแล้ว เพราะงั้นก็เลยถ่ายไว้เยอะเลย entryนี้ยกให้เจ้านายก่อน ดูว่าท่านๆ happyกันแค่ไหนกับความพยายามของทาสแมว
ไอเทม ต้นข้าสาลีอ่อน ปลูกเอง ขายดิบขายดี รุมกันใหญ่ เห็นแล้วชื่นจาย~
โคล่า " นังเหมียวๆ มันกินไม่แบ่ง เจ้าทาสแมวรับผิดชอบไปปลูกมาเพิ่มเดี๋ยวนี้"
อีที กำลังเดินตรวจตรา (หรืออาจจะกำลังหาที่ปล่อยบอมส์
)
น้ำตาล "อืม หญ้ายังเขียวดีอยู่ ใช้ได้ๆ"
สุขใจ นอนแผ่รับลม (ข้างบนนี้ถ้าไม่แดด ลมเย็นดีมากเลย)
แฮปปี้หามุมประจำไว้งีบได้แล้ว
แต่ท่าพักผ่อนยังสบายสู้ท่านโคล่าไม่ได้
(นั่งได้น่าหมั่นไส้มั่กๆ)
แตงโมสำรวจมินิสนามหญ้า (หาที่ปล่อยบอมส์
)
แฮปปี้จองมุมใน น้ำตาลจองด้านนอก
สุขใจยังมองหามุมประจำอยู่
ได้มุมประจำแล้ว ชั้นที่เอาตั้งให้ โดดขึ้นไปชมวิว ดูรถ ดูถนนได้จากชั้นบนสุด
ชั้นอื่น ก้อเอาไว้นอนเล่น
น้ำตาล กำลังแทะไผ่เงิน นี่ก้อขายดีเหมือนกัน แทะจนงอกใหม่ไม่ทันแล้ว
สวนดาดฟ้าได้รับการตอบรับจากท่านๆ เป็นอย่างดี ยกเว้น ช่วงเที่ยง ท่านหนีเข้าห้องแอร์กันหมด แดดมันร้อนมาก พอซัก 5โมงเย็น แดดอ่อนแล้ว ก็ขึ้นมากันใหม่
ครั้งนี้ที่ลงทุน ลงแรงไปก็ถือว่าคุ้มค่า แม้จะเหนื่อยกับการรดน้ำต้นไม้ไปหน่อยก็เหอะ (ดาดฟ้าไม่มีก๊อกน้ำ ต้องยกน้ำใส่ถัง ขึ้นมารด วันหนึ่งก็หลายถังอยู่เหมือนกัน ภาวนาขอให้ฝนตก มันก็ไม่ค่อยจะตกเล้ย
)
ว่าจะทำอย่างประหยัดๆ แต่ไม่นานสงสัยต้องเสียเงินเดินท่อ ติดปั้มน้ำอีกแหงเลยเรา
edit @ 16 Jun 2010 01:47:25 by Mouy
edit @ 16 Jun 2010 23:35:05 by Mouy
ขี้เกียจย่อรูปเที่ยวญี่ปุ่นมาอัพบล็อคต่ออ่ะ
เหลืออีกตั้ง 3 วันมีแววอัพไม่จบซะแหล่ว
วันนี้เอารูปการ์ตูนที่ซื้อมาอัพบล็อคขัดตาทัพแทนไปก่อน 555
นี่เป็นหนังสือที่ไปได้มาจากห้างอิออน วันเดินทางกลับ ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจแน่วแน่ว่า "ฉันจะไม่ซื้อ หนังสือการ์ตูนกลับมาเด็ดขาด" เพราะ ....
1. ภาษาญี่ปุ่นอ่านก็ไม่ออก
2.หนังสือที่ดองอยู่บ้านไม่ได้อ่านก็เป็นหลักร้อยเล่มแล้ว
3. เดี๋ยวเจ้าลูกสมุน(น้องชาย) มันจาล้อว่าเราซื้อตูนวาย ^///^
เที่ยวผ่านร้านหนังสือหลายร้าน พยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้ซื้อๆ
แต่ทว่า.. วันสุดท้ายดั้นไปเจอะร้าน Book-off ร้านขายของมือสอง มีของมือสองหลายๆอย่างจำหน่าย และก้อ....หนังสือพรึ่บ
โอ้แม่เจ้า ละลานตาไปหมด หนังสือสภาพดีมาก แถมถูกอิ๋บอ๋าย
Comic Y (และ Comic อื่นๆมากมาย) เล่มหนึ่ง 105 เยนเท่านั้น คิดเป็นเงินไทย 37 บาทกว่าๆ เท่านั้น
ถูกกว่าการ์ตูนบ้านเราเล่มหนึ่งซะอีก
ถ้าเป็นเล่มใหญ่หน่อย ราคาอย่างมากก็ไม่เกินห้า-หกร้อยเยน (ก้อร้อยกว่าบาทไทย)
เราวนอยู่ในร้านนั้นเป็นสิบรอบ จะหยิบดีหนอ ไม่หยิบดีหนอ
แต่สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเองค่ะ
น่าซักนิ้ดดดดด
เลยได้นี่มา
โด Naruto คู่ คาคาชิxอิรุกะ 2 เล่ม (ชอบคู่นี้อ่ะ น่ารัก) เล่มละ 105 เยน (37บาทกว่า)
โด Reborn 8059 2 เล่ม เล่มละ 550 เยน (ก้อ 198 บาทไทย เล่มหนามั่กๆ ทุกวันนี้เวลาไปซื้อโดตามงานการ์ตูน(ที่ไทย) เล่มหนึ่งไม่กี่หน้า ก็หลักร้อยกว่าสองร้อยแล้ว)
และ XXXholic บล็อคเซต หนังสือการ์ตูน 1 เล่มVcd 1แผ่น (ยังไม่ได้เปิดดูเลย) อันนี้ซื้อเพราะกล่องมันสวยมากเลย 1400 เยน (504 บาท)
ทุกชิ้นราคาลดจากราคาเดิมมากกว่าครึ่ง ถูกจนเราหน้ามืดซื้อจนได้
จริงๆ ยังอยากได้โดReborn อีก(วันนั้นเห็นโดเรื่องนี้เยอะสุดแล้ว) แต่กลัวหลบไม่พ้นสายตาน้องชาย เลยเอาแค่นี้ล่ะกัน (น้ำหนักกระเป๋าน่าจะเกินไปหน่อยๆแล้วด้วย ณ ต้องนั้นกระเป๋าแทบจะรูดซิปไม่ลงแล้ว ถ้าเอาอีกเราต้องไปฝากกระเป๋าน้องชาย ซึ่งไม่ควรๆ
เดี๊ยวแม่งล้ออิ๋บอ๋ายเลย)
เลยต้องท่องไว้ๆ พอเพียง เพียงพอ พอเพียง เพียงพอ ฮือออออออ อยากได้อีกง่า